Pakdeeradio.com



Search
Side Menu
Advertisements
Side Page
 สถิติวันนี้ 6 คน
 สถิติเมื่อวาน 46 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1086 คน
5684 คน
73719 คน
เริ่มเมื่อ 2009-06-07
 
My marquee text


15
Jan
Title Post
Simple simple simple | simple simple simple

 

"เปี๊ยก ดอนมดแดง"


"สถานีวิทยุภักดีสมุทรปราการ
แห่งนี้คือที่ให้โอกาสผมในฐานะคนทำสื่อเล็กๆ
เป็นโอกาสที่มีความสำคัญที่สุดในชีวิตของผม
ต้องขอขอบพระคุณพี่เปี๊ยก นิวัฒน์ จันทร์อุดม
ที่ให้โอกาสที่ชาตินี้ผมจะลืมไม่ได้เลย
จากใจผม/เปี๊ยก ดอนมดแดง"

21/12/51

...โดยสถานะความเป็นคนไทยเลือดอีสานที่เข้มข้น เปี๊ยก ดอนมดแดง (อดีตชื่อจริงนายสุภีร์,นายณรงค์ชัย,นายสมรัก,นายวาทการ,ปัจจุบันใช้ชื่อนายกฤศ วรรณทวี ถือบัตรประจำตัวประชาชน เลขที่ 3 3407 00344 85 5 ) ถือกำเนิดเกิดกายที่หมู่บ้านใหญ่ระดับตำบล บ้านเลขที่ 80 หมู่ที่ 7 บ้านนาเฮือง ต.นาเฮือง อ.นาเยีย(เมื่อก่อนขึ้นกับอำเภอเดชอุดม) จ.อุบลราชธานี รหัสไปรษณีย์ 34160 เกิดวันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2509 เวลา 05.00 น. บิดาชื่อนายนคร วรรณทวี มารดาชื่อนางอุดม วรรณทวี ในวัยเด็กผมจะเป็นคนที่ขี้เกียจเดินเวลาไปทำนาชอบขี่คอพ่อและจะเป็นเด็กอ้วนจ่ำหม่ำใครๆเห็นชอบมากอดมาอุ้มมาหอมแก้มเป็นประจำ ผมมีพี่น้องทั้งหมด 7 คน มีนายบุญมี วรรณทวี (พี่ชายคนนี้เป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านช่างอิเลคทรอนิคช่างไฟฟ้าปัจจุบันทำงานที่บริษัท AV.system ซ.ลาดพร้าว 93ตำแหน่งผู้จัดการระบบเสียงและการติดตั้งระบบไฟ,เสียงงานคอนเสิร์ตคนในวงการจะรู้จักในชื่อ"HAVE"),นางสุภาวดี สอวิเศษ(วรรณทวี),นายกฤศ วรรณทวี,นางแพงศรี แสนมาตร์(วรรณทวี),นางสุปราณี ต้นโพธิ์(วรรณทวี),นางสาววิไลวรรณ วรรณทวี,นายรังสรรค์ วรรณทวี เริ่มเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนบ้านนาเฮือง ครูผู้ประสิทธิ์ประสาทความรู้ในชั้นประถมศึกษามี..คุณครูใหญ่จุย ศรีระดา(เสียชีวิตแล้ว),คุณครูระเบียบ ศรีระดา(ศรีเมือง),คุณครูยุพิน วิชาศิลป์,คุณครูสาธิต,คุณครูสำเริง ดาราคำ ฯลฯ หลังจากสำเร็จการศึกษาในชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 จากโรงเรียนบ้านนาเฮืองในปี พ.ศ.2521 และได้เข้าศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเดชอุดม อาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้ในชั้นมัธยมศึกษาเท่าที่จำได้ มี อาจารย์วิชิต ปุรินันท์,อาจารย์สุภาภรณ์ โพสิทธิ์วิญญู(อาจารย์ท่านนี้ย้ายไปจากกรุงเทพฯให้ความช่วยเหลือและใจดีมาก..ขอบคุณครับจะไม่มีวันลืมอาจารย์ท่านนี้เลย..ล่าสุดผมได้ทราบว่าอาจารย์สุภาภรณ์ได้สอนอยู่ที่โรงเรียนสตรีสมุทรปราการอยู่จังหวัดเดียวกันอีกด้วยจะต้องหาเวลาไปกราบท่านสักวัน)..อาจารย์พงษ์ศักดิ์ กอบมณี,อาจารย์สมศักดิ์ โชคเหมาะ,อาจารย์สุรางค์ โชคเหมาะ ฯลฯในขณะที่เรียนในระดับมัธยมที่โรงเรียนเดชอุดมนั้นได้อาศัยข้าวก้นบาตรที่วัดแสงเกษม อ.เดชอุดมเป็นเวลา 6 ปี ตั้งแต่ม.1จนจบถึงม.6 และต้องขอกราบแทบเท้าขอบพระคุณหลวงตาเรียมขณะนี้ท่านได้สมณศักดิ์เป็นพระครูเกษมวิริยะคุณเจ้าคณะอำเภอเดชอุดมหรือเจ้าอาวาสวัดแสงเกษมที่รับกระผมเข้าเป็นลูกศิษย์วัดวันที่พ่อนครนำกระผมเข้าไปฝากยังจำได้ไม่เคยลืมเป็นวันที่ฝนตกหนักพ่อนครพาผมวิ่งหลบฝนเข้าไปในวัดหลวงตาเรียมนั่งทานโอวัลตินในกุฏิเราสองพ่อลูกได้เข้าไปในกุฏิก้มลงกราบเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์คำแรกที่หลวงตาเรียมทักพ่อนคร"มีธุระอะไรหรือโยมถึงได้มาหาอาตมาในยามฝนตกอย่างนี้"พ่อนครตอบว่า"กระผมว่าจะมาขอฝากลูกไว้เป็นลูกศิษย์วัดกับหลวงตาเผื่อว่าลูกจะได้เรียนต่อเพราะกระผมมีฐานะยากจนไม่มีเงินพอจะเช่าบ้านให้ลูกพักอาศัยไหนๆลูกมันก็สอบเข้าม.1ที่โรงเรียนเดชอุดมได้แล้ว..ครับหลวงตา"หลังจากพูดคุยกับหลวงตาพอสมควรหลวงตาเรียมได้ตกลงรับผมเข้าเป็นลูกศิษย์วัดแสงเกษมโดยหลวงตาชอบเรียกผมว่า"บักมืด"วันแรกที่นอนวัดรู้สึกกลัวผีและคิดถึงบ้านนอนร้องไห้แทบทุกคืนจากม.1จนเรียนจบม.6หลวงตาเรียมท่านให้น้ำใจและให้อนาคตแก่กระผมบางครั้งยังรู้สึกสำนึกผิดที่ไม่ค่อยได้แวะไปกราบท่านนานๆจะไปที"กระผมอยากให้หลวงตารู้ว่าลูกศิษย์คนนี้ยังรักเคารพและคิดถึงหลวงตาเสมอหลวงตาเป็นเหมือนพ่อกระผมคนหนึ่งตายสิบชาติกระผมจะไม่มีวันลืมถ้าวันนั้นท่านไม่รับกระผมเป็นลูกศิษย์ไม่รู้กระผมจะได้เรียนต่อหรือเปล่าก็ไม่รู้"ชีวิตศิษย์วัดสอนให้กระผมซึมซาบเอาธรรมะมาอย่างไม่รู้ตัวและได้นำมาใช้ในการดำรงตนในสังคมจนทุกวันนี้...และหลังจากสำเร็จการศึกษาในชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ก็ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรเพื่อสมัครเฃ้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในคณะนิติศาสตร์ ในที่สุดก็มีปัญหาจึงต้องยุติการเรียนไว้เพียงเท่านั้น การลงประวัติโดยละเอียดไม่มีเจตนาอวดอ้างกับใครเพราะไม่มีอะไรจะอวดเพียงแต่อยากเก็บข้อมูลความเป็นจริงในชีวิตไว้อ่านเล่นๆเป็นไดอารี่ชีวิตส่วนใครจะเข้ามาเจอและอ่านและคิดอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องที่คาดหวังก็แค่ชีวิตคนธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้นเอง ขออนุญาตเล่าต่อ ...จากการที่เป็นเลือดศิลปินอีสาน ชอบขับกล่อมร้องเพลงให้แม่ฟัง ในวัยเด็กชื่นชอบในเสียงเพลงลูกทุ่งมากนักร้องที่เป็นครูที่ใช้เพลงของท่านมาฝึกขับร้อง คือ สายัณห์ สัญญา,ยอดรัก สลักใจ,ดนุพล แก้วกาญจน์,สุชาติ ชวางกูร ฯลฯ ชอบขี่ควายร้องเพลงตามทุ่งนาและเคยชนะเลิศการประกวดร้องเพลงในงานวัดหลายงาน เริ่มเข้าวงการโดยการสมัครเข้าเรียนร้องเพลงที่โรงเรียนดารากร การดนตรี โดย พ.ต.อ.แสนสุข อินทรพรหม และอำนวยการสอนโดย อาจารย์สมพจน์ สิงห์สุวรรณ(เล็ก เมืองเก่า)และอาจารย์เกี้ย โปรดิวเซอร์ปาน ธนพร จบการศึกษาได้เกียรตินิยมอันดับ 1 (การขับร้อง) จึงได้ติดตามอาจารย์สมพจน์ สิงห์สุวรรณ ไปจัดรายการวิทยุที่สถานีวิทยุยานเกราะ 1305 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นรายการที่บ.อโซน่า โปรโมชั่น จำกัด ซื้อไว้ตั้งแต่วันนั้นก็ได้เริ่มคลุกคลีกับวงการมากยิ่งขึ้น ได้มีโอกาสเข้าออกบ.อโซน่าบ่อยๆจึงรู้จักคนในวงการเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่าง คุณทองใส กล้าเกิด คนขับรถของคุณอุดมเดช ชาญชยศึก ผู้จัดการบ.อโซน่า,และเจ้าหน้าที่คอนโทรลห้องบันทึกรายการวิทยุ คุณสัมพันธ์ บัวผดุง มิกซ์ดาว,ซาวด์เอ็นจิเนียอโซน่าสตูดิโอ,คุณพรพจน์ อันทนัย นักแต่งเพลง,คุณศุภกรณ์ บุญญานันท์ นักเรียบเรียงเสียงประสาน,คุณทองสูน ซาวเอ็นจิเนียอโซน่าสตูดิโอ,คุณอ้อย ฏิลระพี พรหมใจรักษ์ นักจัดรายการวิทยุ,คุณเจี๊ยบ กัลยาณี พรหมใจรักษ์ นักจัดรายการ ฯลฯ จากการที่ได้คลุกคลีกับนักจัดรายการหิ้วแผ่นเสียงให้ อ.สมพจน์ สิงห์สุวรรณและอ.ชาลี เพชรสุรินทร์(เสียชีวิตแล้ว)จาก พ.ศ.2528-2536 อ.ชาลี เพชรสุรินทร์ จึงได้สนับสนุนให้จัดรายการที่สถานีวิทยุ จส.1 สะพานแดง บางซื่อ กทม.ครั้งแรกเมื่อ 2536โดยจัดร่วมกับ อ.สุจินต์ อรุณวรณ์และอ.เทิด คารมทอง และหลังจากนั้นชีวิตนักจัดรายการก็เริ่มขึ้น มีโอกาสได้จัดเกือบทุกสถานีวิทยุ เอ.เอ็ม.ยานเกราะ 1305,ยานเกรา 540,ยานเกราะ 792,กองพลที่ 1 รักษาพระองค์,ตชด.576,สทร.2 บางนา,ทอ.01ทุ่งมหาเมฆ,ทอ.01บางซื่อ,จส.103 เอฟ.เอ็ม.เคยทำหน้าที่เป็นคอนโทรลรายการวิทยุในห้องบันทึกเสียงรายการวิทยุให้กับบ.ก้อนทอง จำกัดของพี่ทองก้อน วงศ์สมุทรและพี่อ้อยฏิลระพี พรหมใจรักษ์และห้องบันทึกเสียงรายการวิทยุให้กับบ.สลิลทิพย์โฆษณาของพี่สมเจตนาและห้องบันทึกเสียงรายการวิทยุให้กับบ.ห้างขายยาจอมทองของคุณพิพัฒน์ หาญพิพัฒน์พานิชย์นายห้างอี๊ด จอมทอง จากประสบการณ์ในห้องบันทึกเสียงหลายปีจึงได้เข้าไปทำงานด้านระบบเสียงกับบ.เลปโส้เทป โดยการนำพาของคุณพี่สัมพันธ์ บัวผดุง(พี่ตึ๋ง)อดีตซาวด์เอ็นจิเนียของบ.อโซน่าโปรโมชั่น ในการทำงานที่บ.เลปโส้เทปผมจะมีหน้าที่ทำมาสเตอร์เทปก่อนที่จะนำไปอัดเป็นเทปหลายๆม้วนดูแลเรื่องระบบเสียงด้วยผมทำงานในบริษัทเลปโส้สักระยะหนึ่งก็เริ่มมองหานักร้องที่จะมาทำเพลงเสนอบริษัทจึงได้นำหลานชายมาจากจังหวัดอุบลฯชื่อวิทยา ศิริคำ และเริ่มหานายทุนทำมาสเตอร์จึงได้นำนายวิทยา ศิริคำไปคุยกับนายทุนชื่อพี่สุนันท์ ทวีสาร เป็นพ่อค้าขายข้าวมันไก่แถวสายใต้เก่าพี่สุนันท์เป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ดพอพี่สุนันท์ตกลงทำเพลงให้นายวิทยา ศิริคำ ผมก็เริ่มมองหาอาจารย์นักแต่งจึงได้เจอกับ อ.บัณฑิต พรมงคล ที่บ้านอ.แดง พลาญชัย หลังจากนั้น อ.บัณฑิต จึงได้มอบเพลงให้นายวิทยา ศิริคำร้องทั้งชุดโดยได้ดนตรีอ.เติ่ง พลาญชัยทำให้ทั้งชุดเช่นกันพอซ้อมเพลงเข้าที่จึงได้มองหาห้องอัดตอนแรกว่าจะอัดห้องอัดจาตุรงค์รู้สึกห้องอัดจะไม่ว่างอ.เซี๊ยะจึงแนะนำให้ไปอัดที่ห้องอัดแม็กซิโปรในครั้งนั้นบ.แม็กซิโปรซึ่งเป็นบ.ผลิตรายการวิทยุมีรายการวิทยุและทีวีเยอะมากและทำห้องบันทึกเสียงด้วยเพลงของนายวิทยา ศิริคำเป็นเพลงชุดแรกที่ไปอัดห้องอัดแม็กซิโปรเครื่องเสียงยังแกะกล่องใหม่ๆอยู่เลยในที่สุดงานเพลงชุดนี้ก็เสร็จและอ.บัณฑิตก็ได้นำเพลงชุดนี้ไปคุยกับนายห้างกรุงไทยที่ใครๆเรียกเฮียจุ่นเฮียจุ่นจึงตกลงซื้อมาสเตอร์เพลงชุดนี้ในราคา 60,000 บาทเมื่อประมาณปีพ.ศ.2532 หลังจากนั้นนายวิทยา ศิริคำ จึงได้เป็นนักร้องหมอลำในสังกัดกรุงไทยออดิโอใช้ชื่อนักร้องว่า"พิณ พรชัย"เพลงชุดนี้ของ"พิณ พรชัย"ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรการทำเพลงจึงได้สะดุดเฮียจุ่นได้คืนสัญญาให้ผมจึงได้วางแผนหาทางใหม่ จากการที่เข้าออกบ.อโซน่าบ่อยๆจึงได้เดินสวนทางกับอ.พรพจน์ อันทนัยบ่อยๆมีวันหนึ่งได้มีโอกาสนั่งคุยกับอ.พรพจน์จังๆหน้าห้องอัดบ.อโซน่าฯผมจึงได้เสนอ"พิณ พรชัย"ซึ่งเป็นหลานแท้ๆของผมให้อ.พรพจน์พิจารณาทำเพลงในแนวสตริงให้"พิณ พรชัย"เพราะในช่วงนั้นอ.พรพจน์กำลังดังจากเพลง"กอดฉัน"ที่แต่งให้"วารุณี สุนทรีสวัสดิ์"ผมเองก็คิดว่าหลานตัวเองน่าจะร้องเพลงสตริงได้เพราะแอบได้ยินหลานตัวเองร้องให้ฟังอยู่บ้างหลังจากที่มอบเทปเสียงและรูปของ"พิณ พรชัย"ให้อ.พรพจน์ไปประมาณ 2 อาทิตย์ผมได้เจอกับอ.พรพจน์ที่อโซน่าอีกจึงได้ตามงาน..อาจารย์บอกว่ากำลังแต่งเพลงให้หลังจากนั้นไม่นานอ.พรพจน์จึงได้นำไกด์เพลงมาให้"พิณ พรชัย"ท่องระหว่างรอทำเพลงผมได้นำ"เอก อิสระ"ฝากทำงานที่บ.เลปโส้เทปและในที่สุดก็ได้ทำเพลงสตริงกับทีมงานอ.พรพจน์ อันทนัยโดยมี อ.แดงศุภกรณ์ บุญญานันท์ทำดนตรี บันทึกเสียงที่ห้องพี่เหมาสมาชิกวงชาตรี ห้องเอ็มเอ็มสตูดิโอที่แฟลตดินแดงเพลงชุดนี้คือชุดฟ้องโลกที่มีเพลงเด่นคือเพลง"รักบริสุทธิ์"และ"พิณ พรชัย"นักร้องหมอลำจึงได้เปลี่ยนมาร้องเพลงสตริงใช้ชื่อใหม่ว่า"เอก อิสระ วิทยนันท์"สังกัดบ.สมาร์ทบอมเอ็นเตอร์เทนเมนท์ของคุณวิทวัส บุญญสถิตย์เจ้าของน้ำมันเครื่องเวลลอยเจ้าของสัมปทานคลื่นวิทยุทั่วประเทศสมาร์ทบอมเอ็นเตอร์เทนเมนท์จะบริหารโดยคุณพลรักษ์ ดำริสกุล "เอก อิสระ"ได้รับความสำเร็จกับเพลง"รักบริสุทธิ์"และเพลง"ฟ้องโลก"เอก อิสระ เป็นนักร้องสตริงที่ก้าวมาจากท้องไร่ท้องนาจริงๆ วันที่ผมไปทาบทามตัว"เอก อิสระ"ในวันแรกยังจำได้ผมไปนั่งคุยกับพี่วิเศษ เวณิกา(อดีตนักร้องประจำวงเพชรพิณทอง)ซึ่งเป็นญาติกันคุยไปมาผมก็บอกี่วิเศษว่าผมอยากได้เด็กเสียงดีๆไปปั้นเป็นนักร้องพี่วิเศษก็เลยเสนอหลานตัวเองคือนายวิทยา ศิริคำ(เอก อิสระ)ซึ่งเป็นหลานพี่วิเศษนั่นเองผมนั่งคุยกับพี่วิเศษได้สักพักก็เห็นนายวิทยา ศิริคำ เดินแบกจอบขึ้นมาจากท้องนาพี่วิเศษก็เอ่ยปากร้องว่า"วิทเอ้ยพี่สุภีร์(เปี๊ยก ดอนมดแดง)เขาจะมาเอาเองไปปั้นเป็นนักร้องไหนมาลองร้องเพลงให้พี่เขาฟังหน่อยซิ เพลงแรกที่วิทยาร้องให้ผมและพี่วิเศษฟังคือเพลง ความในใจ ของต้อม เรนโบว์ พอวิทยา ร้องเพลงต้อมจบผมจึงให้วิทยาลองร้องเพลง"ตามใจแม่เถิดน้อง"ของพี่หำเฉลิมพล มาลาคำ วิทยา ศิริคำ เขาร้องเพลงสตริงจะดีกว่าเพลงหมอลำแต่ผมตั้งใจจะหาเด็กมาทำหมอลำวิทยาจึงได้ร้องหมอลำในชุดแรกกับห้างกรุงไทย หลังจากนายวิทยา ศิริคำได้ก้าวเข้าสู่ความดังจากคนธรรมดาไม่มีคนรู้จักเริ่มคึกคักไปด้วยแฟนเพลงที่ห้อมล้อมมีค่าตัวในการโชว์ตัวแต่ละครั้งเป็นหลักหมื่น"ความดังไม่คงที่ความดีสิคงทน..นี่คือสัจธรรม..โดยแท้"ขณะที่ทำงานที่บ.เลปโส้เทป(ฝ่ายมาสเตอร์เทป)มีวันหนึ่งนายห้างเลปโส้ได้เรียกไปปรึกษาเรื่องไปดูตัวนักร้องผู้หญิงประเภทสองที่ร้านอาหารชำมะเลียงโรงแรมลิโด้นักร้องคนนั้นคือ เจินเจิน บุญสูงเนิน นายห้างถามผมว่าจะให้ใครทำดนตรีและแต่งเพลงขณะนั้นผมมองไม่เห็นใครนอกจาก อ.พรพจน์ อันทนัย แต่งเพลงและ อ.แดงศุภกรณ์ บุญญานันท์ทีมที่ทำเพลงให้"เอก อิสระ"นายห้างเลปโส้จึงให้ผมโทรเชิญอาจารย์ทั้งสองไปฟังเสียงเจินเจิน บุญสูงเนิน ด้วยกันที่โรงแรมลิโด้ สะพานควาย วันที่ไปดูตัวเจินเจินไปด้วยกันหลายคนอาทินายห้างเลปโส้,อ.พรพจน์,น้าบุญธรรม พัฒน์เย็น(มาสเตอร์1),น้าวิทูรย์ เนียมโสภา(มาสเตอร์2),เปี๊ยก ดอนมดแดง(มาสเตอร์3)หลังจากไปดูกันแล้วนายห้างเลปโส้สรุปตกลงทำเพลงให้เจินเจิน บุญสูงเนิน ก็เริ่มคัดทำนองเพลงจีนฮกเกี้ยนนายห้างเลปโส้เป็นคนคัดทำนองเพลงจีนโดยมีผมเป็นผู้ช่วยพอคัดทำนองเพลงเสร็จก็ให้อ.พรพจน์แต่งเนื้อไทยใส่โดยมีผมร้องไกด์ให้พี่เจินเจินบางเพลงที่จำได้คือ"ฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง"และ"ต้องสู้ถึงจะชนะ"สาเหตุที่นายห้างเลปโส้ให้ผมร้องไกด์คือเขาต้องการให้ออกสำเนียงลูกทุ่งเพราะนายห้างเลปโส้ต้องการทำเป็นเพลงลูกทุ่งนายห้างเลปโส้จะพูดเสมอตอนนั้นว่าไม่ต้องการทำเป็นเพลงสตริงเพราะไม่ต้องการแข่งกับใครโดยเฉพาะค่ายใหญ่ๆทั้งหลายพอคัดเพลงทุกเพลงพร้อมจึงได้เริ่มบันทึกเสียงที่ห้องอัดเอ็ม.เอ็ม.สตูดิโอของพี่เหมาเพลงเสร็จสมบูรณ์จึงได้วางแผนโฆษณาโดยได้เครือข่ายวิทยุจากกลุ่มบ.สมาร์ทบอมฯเป็นหลักในการเชียร์บวกกับแรงเชียร์จากโทรทัศน์จนทำให้เพลงชุด"ฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง"ได้รับความสำเร็จอย่างรวดเร็วยอดจำหน่ายเทปและซีดีทะลุเป้าอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นไม่นานเลปโส้เทปก็ได้ศิลปินเบอร์ใหม่อีกคือ..ไก่ พรรณิภา โดยการนำพาของอ.พรพจน์ อันทนัย จากจ.เชียงใหม่ ก็ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับเจินเจินด้วยงานเพลง"กุหลาบแดง"หลังจากนั้นผมเองก็ได้นำพา..กบศจี สายชลไปให้นายห้างเลปโส้ ปั้นอีกก็ได้รับความสำเร็จพอสมควร ผมได้เจอ กบศจี ครั้งแรกโดยพี่แดง อิสระเดือนเพ็ญ ได้นำมาสเตอร์เทปของกบมาให้ผมนำเสนอบริษัทเพราะพี่แดงเขาไม่ค่อยว่างกลางคืนต้องเล่นตลกจำได้ว่าพี่แดงได้เรียกผมไปเอามาสเตอร์กบศจีที่ฮองเฮาคาเฟ่ย่านถนนสาธรและหลายครั้งพี่แดงได้พาผมตะลอนราตรีโดยการเดินทางร่วมขบวนตลกซึ่งผมรู้สึกสนุกดีตอนนั้นได้รู้จักบรรดาตลกอาทิ น้ากี๋ ขอนแก่น,และจาตุรงค์ ม๊กจ๊ก และหลายครั้งที่พี่แดงชวนไปเที่ยวบ้านและทานข้าวที่บ้านพี่แดงผมเคารพรักพี่แดงเหมือนพี่ชายแท้ๆคนหนึ่งที่สำคัญผมยังเคยยืมเงินพี่แดงครั้งหนึ่ง 15,000 บาท ผมยังไม่ใช้คืนพี่เขาเลยพี่แดงก็ไม่เคยทวงผมไปมาหาสู่ประจำและผมได้เคยนำมาสเตอร์เทปของ"แม้ว ภูเวียง"ไปเสนอท็อปไลน์ให้พี่แดงตามงานจนขายมาสเตอร์ได้หลังจากนั้นพี่แดงก็ได้ร่วมงานกับท็อปไลน์ตลอดจนมีเพลงดัง"ต้อแต้"ของเอ็ดดี้ในคราวนั้น พี่แดงอิสระเดือนเพ็ญคนนี้มีพระคุณกับผมมากเคยช่วยเหลือชีวิตผมไว้สองครั้งผมป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังก็ได้ยาสมุนไพรพี่แดงนี่แหละช่วยเหลือไว้ ในปี พ.ศ.2547 ทั้งปีผมไปอยู่กินและรักษาตัวกับพี่แดงได้เงินใช้ด้วยในคราวนั้นผมรอดตายเพราะพี่แดงและนายห้างโฟเอส.คุณมานิตย์ ศรีเลี้ยง จริงๆ(พี่มานิตย์ ศรีเลี้ยง เป็นนายทุนทำบริษัทยาพรหมฑัตโอสถให้พี่แดงบริหารซึ่งบ้านที่ผมไปพักรักษาตัวก็เป็นบ้านพี่มานิตย์ ศรีเลี้ยง ซึ่งบุญคุณทั้งหลายกระผมไม่มีวันลืม) ขอย้อนกล่าวถึงกบ ศจี สายชล พอพี่แดงนำมาสเตอร์เทปของกบให้ผมผมก็ทำหน้าที่นำเข้าไปเสนอตามค่ายเทปต่างๆอยู่อยู่นานไม่ได้ผลขณะนั้นผมทำงานอยู่บริษัทเลปโส้อยู่แล้วหลังจากบริษัทประสบความสำเร็จจาก เจิน เจิน บุญสูงเนินและไก่ พรรณิภา คุณวิศาล เลาแก้วหนู จึงได้ให้ผมหานักร้องหญิงมาให้ ระหว่างนั้นผมก็โทรคุยกับกบอยู่จึงได้เรียกกบมาลองเทรดเสียงคุณวิศาลพอใจจึงได้มีผลงาน..พระจันทร์หัวเราะ เกิดขึ้นมามีเพลง"ฟ้าครึ้มๆ"และอีกหลายเพลงและร้องคู่กับผมหนึ่งเพลงคือเพลง"ผ้าเช็ดหน้า"ก่อนที่กบศจีจะมาทำเพลงกบเขาทำธุรกิจปล่อยเงินกู้และทำชุดนักร้องให้เช่าย่านเจริญนครกบเป็นคนที่มีฐานะดีคนหนึ่งมีรถส่วนตัวขับตอนที่ผมไปรับกบไปบริษัทเลปโส้กบยังขับรถให้นั่งส่วนผมขับรถไม่เป็นหรอกไม่มีรถไปไหนมาไหนใช้รถเมล์ตลอดทุกวันนี้ก็ยังไม่มีรถขับเลย ตอนนั้นจำได้ว่ายังมีเงินเดือนแค่ 6,000 บาทเองเมื่อปี 2533 กับกบผมก็ไม่ได้คุยเรื่องผลประโยชน์อะไรผมถือว่าได้ช่วยเขาก็พอใจทุกวันนี้กบเขาทำธุรกิจอยู่ที่หาดใหญ่.. และหลังจากนั้นผมก็ได้ลาออกจากการเป็นพนักงานของบ.เลปโส้เทปโดยได้ไปจัดรายการวิทยุอย่างเดียวและได้เข้าร่วมทีมงานกับพี่บ่าวข้าวเหนียวที่สถานีวิทยุมก.บางเขน มีครั้งนี้จริงๆที่ต้องออกจากงานประจำมาทำงานด้านวิทยุที่ตัวเองรักอย่างเดียวร่วมงานกับพี่บ่าวข้าวเหนียวได้ประมาณ 1 ปีกว่าๆจึงได้แยกตัวไปจัดรายการที่สถานีวิทยุเสียงสามยอด เอ.เอ็ม.1179 khz ทุกวันเสาร์ เวลา 20.00-24.00 น. โดยใช้ชื่อรายการว่า"เพลงฮักบ้านเฮา"สปอนเซอร์หลักคือร้านอาหาร"อีสานตะวันแดงสาดแสงเดือน"ของพี่ตุ๋ย อาคันตุกะ(ทนงศักดิ์ ดวงจำปา)ผมเป็นคนแรกที่โฆษณาให้กับร้านอาหารอีสานตะวันแดงสาดแสงเดือนและได้สร้างทีมงานใหม่ขึ้นมาเองมีนักจัดรายการหน้าใหม่เข้าร่วมงานคราวนั้นมีหนุ่มเมืองอำนาจและสุริยัน เมืองขอนแก่นปัจจุบันหนุ่มเมืองอำนาจได้เป็นเจ้าของสถานีวิทยุชุมชน FM.99.25 MHzที่จ.นครสวรรค์โดยการสนับสนุนของพี่บ่าวข้าวเหนียวส่วนสุริยัน เมืองขอนแก่น ไปจัดรายการวิทยุที่จ.อุบลราชธานีสำหรับน้องคนนี้โทรหาตลอดไม่เคยลืมพี่เปี๊ยก ดอนมดแดงเลยจะทุกข์จะสุขเราจะไม่ลืมกันพี่เปี๊ยกคนนี้ไม่ต้องการอะไรจากน้องขอได้เพียงรู้ข่าวน้องสุขสบายดีอย่างไร ในชีวิตเปี๊ยก ดอนมดแดง กล้าพูดได้เลยว่ามีแต่คิดสนับสนุนคนมากน้อยตามกำลังจะไม่มีทางที่จะทำลายใครอย่างไร้เหตุผลส่วนความดีที่ทำจะย้อนกลับมามากหรือน้อยนั้นสุดแล้วแต่"กรรมเก่า"การแก่งแย่งมิได้พึ่งเกิดขึ้นบนโลกการแย่งชิงแก่งแย่งได้เกิดขึ้นมาพร้อมกับโลกใบนี้คนที่แข็งแรงกว่าย่อมเป็นผู้ชนะคนที่อ่อนแอกว่าย่อมพ่ายแพ้ใครมีปัญญาดีก็แย่งได้มากใครด้อยปัญญาก็พลาดพลั้งโดนแย่ง..นั่นคือสังคมในยุคหิน  แต่ในยุคปัจจุบันมนุษย์ผู้อ้างตัวว่าเป็นสัตว์ประเสริฐคงจะประเสริฐไปมากกว่า...อยากเห็นคนในสังคมอย่าเอาแต่ชนะกันอย่างเดียวให้รู้จักคำว่าพ่ายแพ้บ้างคือคนที่เข้มแข็งรู้จักเสียสละอภัยทานให้คนที่อ่อนแอกว่าบ้างอย่าแย่งไปหมดเหลือไว้ให้คนที่อ่อนแอมีไว้บ้างถ้าไม่มีคนที่อ่อนแอกว่าแล้วความเข้มแข็งก็ไร้ซึ่งความหมาย"น้ำก็คงไม่ได้พึ่งเรือเสือก็คงไม่ได้พึ่งป่า"แล้วชีวิตจะดำรงอยู่ร่วมกันได้อย่างไรคำว่า"มนุษย์เป็นสัตว์สังคม"ก็คงจะใช้ไม่ได้มนุษย์ก็คงจะเดียวดายไม่มีเพื่อนไม่มีพี่น้องไม่มีความห่วงใยไม่มีความเอื้ออาทรณ์ไม่มีความรัก...กติกาสังคมมิได้มีไว้ห้ำหั่นกันแต่กติกาน่าจะมีไว้ให้คนที่อ่อนแอและคนที่เข้มแข็งได้รู้จักกันมิใช่แต่คนดีเท่านั้นที่มีความหมายกับโลก คนชั่ว(คือคนที่พ่ายแพ้ทางโอกาสพ่ายแพ้ทางความคิดพ่ายแพ้ทางสายพันธุ์และชาติกำเนิด)คนชั่วคนไม่ดีจะเป็นเกณฑ์วัดความดีให้กับสังคมโดยอัตโนมัตก็มีความหมายให้กับโลกเช่นกัน ในสังคมนั้นมีคนเสียประโยชน์ย่อมมีคนได้ประโยชน์เป็นของธรรมดา...การรู้จักประสานประโยชน์ไม่เห็นแก่ตัวจนเกินไปคงทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้นเยอะ...ขณะที่ทำรายการที่เสียงสามยอดก็รับงานจัดรายการวิทยุให้กับคุณวรรณา วงศาโรจน์(ยายเมี้ยน)โดยจัดที่กองพลที่ 1 รักษาพระองค์และยานเกราะ 1305 KHz บางกระบือ นอกจากจัดรายการวิทยุยังรับเป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการนิตยสาร..อาณาจักรเพลง ของพี่แสง การเป็นผู้สื่อข่าวจำเป็นต้องตะลอนโน้นนี่เพื่อหาข่าวมีวันหนึ่งได้เข้าไปหาข่าวที่บ.ไรท์ มิวสิค เลยได้มีโอกาสได้คุยกับคุณสว่าง ปรีชาว่องไวกุล ผู้บริหารค่ายหลังจากได้พูดคุยกันหลายครั้งผมจึงได้นำเสนอแนวทางการทำเพลงให้สมโภชน์ ดวงสมพงษ์ซึ่งเป็นแนวเพลงลูกทุ่งอีสานคุณสว่างจึงได้ตอบตกลงให้ผมเป็นโปรดิวเซอร์ทั้งคัดเพลงเลือกนักเรียบเรียงเสียงประสาน ตั้งแต่บัดนั้นผมก็ได้เริ่มทำงานในฐานะโปรดิวส์ให้กับค่ายเทปอย่างเป็นกิจลักษณะเป็นครั้งแรกผมได้เริ่มสั่งเพลงกับอาจารย์นักแต่งอาทิ อ.กิ่ง กรกช(แต่งเพลงขอมองหน่อยน๊ะ,ตัดใจเจ้าซะ),อ.สลา คุณวุฒิ(แต่งเพลงคิดฮอดให้กอดหมอน,รูปเราเขาลืม,แพ้คนผมยาว,จำอ้ายได้บ่),อ.ไพโรจน์ แก้วมงคล(แต่งเพลงมนต์รักไหปลาร้า,ตู้เพลงอีสาน),อ.สถิตย์พงษ์ สถาพร(แต่งเพลงรักสาวห้าง),อ.ทวีวุฒิ บุตรแสน(แต่งเพลงรักพี่ดีแน่) ผมแต่งเองหนึ่งเพลงคือเพลงหนุ่มอีสานลาแฟนและต้องขอขอบคุณอาจารย์นักแต่งทุกท่านที่กรุณามอบงานเพลงให้ผมในชุดนี้ นักดนตรีได้ความกรุณาจาก อ.บุญทอง โพสุภา(อาจารย์ท่านนี้เป็นคนตรงโผงผางแต่น้ำใจงาม)ส่วนห้องบันทึกเสียงได้ห้องบันทึกเสียงกริชสตูดิโอของอ.กริช ภูวนาถ ผมทำงานในครั้งนี้ในลักษณะบินเดี่ยวนายห้างสว่างปล่อยให้ทำงานคนเดียวไปห้องอัดก็ไปคนเดียวก่อนทำงานผมได้พาพี่สมโภชน์ ดวงสมพงษ์ ไปหานายห้างเพียงครั้งเดียวนายห้างสว่างก็ตกลงทำ พอทำงานไปถึงขั้นตอนใส่ไกด์เสียงพี่สมโภชน์เสร็จหลังจากนั้นพี่สมโภชน์ก็ไม่ไปอีกเลยมีปัญหาบางประการ(ไม่ขอเล่าไหนๆพี่สมโภชน์ก็ได้จากโลกนี้ไปแล้ว)นายห้างสว่างเลยให้ผมหาคนมาร้องแทน ผมมานั่งคิดถึงตัวเอง"เอ..เราก็เคยชนะเลิศประกวดร้องเพลงตั้งหลายเวทีทำไมเราไม่ใช้โอกาสนี้ผลักดันตัวเองซะเลยจึงตัดสินใจเข้าไปคุยกับนายห้างสว่างที่บ.ไรท์ มิวสิค ทันทีเพื่อขอร้องเพลงชุดนี้นายห้างสว่างก็ยังไม่อนุญาตเลยทีเดียวบอกให้ไปลองร้องมาให้ฟังดูก่อนแต่อย่าพึ่งมิกซ์พอลองร้องมาให้นายห้างสว่างฟังท่านก็พอใจและสั่งให้ร้องให้เต็มชุดเพลงชุดนี้จึงได้ทำในยามบริษัทไรท์มิวสิคจำกัดโดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า..สมรัก ศักดิ์สยาม อัลบั้ม..มนต์รักไหปลาร้า แผ่นตัวอย่างถูกตัดออกมา 500 แผ่นได้แจกไปตามสถานีต่างๆบ้างแล้วในที่สุดความฝันที่จะเป็นนักร้องก็พังลงเพราะบริษัทเริ่มมีปัญหาเพลงชุดนี้จึงไม่ได้ออกตามที่คาดหมาย ถามว่าเสียใจไหมตอบได้ว่าไม่เสียใจเพราะช่วงนั้นผมป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังตัวบวมซีดเหลืองอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่บริษัทไม่ออกผลงานให้แต่ก็ดีใจที่นายห้างสว่างให้โอกาสได้พิสูจน์ตัวเองด้านการร้องเพลง สำหรับงานด้าน"การร้องเพลง"บอกได้เลยว่าผมไม่คิดอะไรไปมากกว่าได้ทำในสิ่งที่รักและรู้สึกเฉยๆมากกับคำว่าดังหรือไม่ดังเพียงแต่อยากจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่กำลังมีแค่นั้นเองและชอบร้องเพลงให้ตัวเองฟังเพราะๆ แต่ถ้าจะให้ใส่ชุดนักร้องขึ้นเวทีร้องเพลงคิดว่าตัวเองต้องกลัวแน่ๆ ไม่รู้จะทำท่าทางอย่างไรบุคคลิกจะเป็นอย่างไร...โอ้ย..คงกระพือไปทั้งคันแน่...ต่อไปนี้จะขอเล่าถึงความป็นมาของเพลงกระทงหลงทาง ที่สร้างชื่อให้กับทุกท่านที่เกี่ยวข้อง...ครั้งนั้นที่ผมได้นำเพลงชุดที่ผมร้องแทนสมโภชน์ ดวงสมพงษ์ ไปเปิดให้นายห้างสว่าง ปรีชาว่องไวกุลฟังและนายห้างสว่างก็ได้เอาเสียงสดของไชยา มิตรชัยมาให้ผมฟังด้วยนายห้างให้ผมทายว่าเสียงใครผมตอบว่าคล้ายๆเสียงไชยา มิตรชัย นายห้างสว่างตอบว่า"ถูกต้อง"โน(สโนไวท์)เขาเอามาให้ผมทำและอยู่ๆนายห้างสว่างก็ถามผมว่า"อ.สลา คุณวุฒิคือคนที่แต่งเพลงจดหมายผิดซองให้มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ร้องใช่ไหมผมตอบว่าใช่ครับ เฮียสว่างพูดต่ออีก"เฮียว่าอ.สลาแต่งเพลงดีนะแล้วคุณว่าไง"ผมพยักหน้าตอบรับครับดีครับ"ถ้างั้นคุณสั่งเพลงอ.สลาให้ผมหน่อยได้ไหม 2 เพลงคุณรู้จักกันไม่ใช่เหรอผมจะเอามาให้ไชยา มิตรชัยร้อง"ผมตอบอย่างไม่ลังเลว่า"รู้จักครับ"และรู้สึกดีใจที่จะได้ช่วยเหลือคนบ้านเดียวกัน..ผมรู้จักครูสลาครั้งแรกถ้าจำไม่ผิดที่สถานีวิทยุทอ.01 ทุ่งมหาเมฆ ครูสลาเขาจะมากับพี่ปัญญา คุณวุฒิมาจัดรายการวิทยุเมื่อประมาณปี 2532 ถ้าจำไม่ผิดในช่วงนั้นรู้สึกครูสลาจะสังกัดบ.มิวสิคไลน์ โรต้า และหลังจากนั้นก็นานๆเจอกันที...คนอีสานเจอกันในกรุงเทพฯเขาจะสนิทกันเร็วและรักกัน...หลังจากผมได้รู้ความต้องการของนายห้างสว่างผมก็รีบโทรหาครูสลาทันทีโดยโทรบอกคอนเซ็บเพลงว่าต้องเป็นลูกทุ่งแท้ๆเพราะนายห้างสว่างจะนำไปให้ไชยา มิตรชัยร้อง หลังจากนั้นไม่นานครูสลาก็ส่งเพลงมาให้ 2 เพลงหนึ่งในนั้นมีเพลงกระทงหลงทางด้วยโดยส่งมาที่บ้านของผมเองที่บ้านเลขที่ 1/280 หมู่ 15 การเคหะบางนา-ตราด กม.5 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540 ต้องขอขอบคุณครูสลาที่ส่งเพลงให้ในครั้งนั้นและหลังจากนั้นผมก็ได้นำไปให้เฮียสว่างส่วนขั้นตอนในห้องบันทึกเสียงเป็นหน้าที่ของนายห้างสว่างพี่สโนไวน์กับพี่แจ๋วแหว๋วพอขั้นตอนในห้องบันทึกเสียงเสร็จผมถึงรู้ว่าเพลง"กระทงหลงทาง"โดนคัดให้เป็นเพลงเชียร์พร้อมกับปิติดีใจที่เพลงที่ตัวเองหามาถูกคัดเลือกเป็นเพลงเชียร์และผมก็ได้นำไปโม้ไม่เลิกเท่าทุกวันนี้ก็ยังโม้ วันที่ครูสลาเข้าไปเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์เพลงกับบ.ไรท์มิวสิคผมก็เข้าไปด้วยขากลับผมกับครูสลาได้นั่งแท็กซี่กลับด้วยกันขณะที่นั่งรถแท็กซี่ครูสลาได้ยื่นเงินให้ผม 1,000 บาทพร้อมกับพูดเป็นภาษาอีสานว่า"อะหล่าเอาไว้ไซ่เด้อ"ผมรีบยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวคำขอบคุณ"ขอบคุณครับพี่"เงิน 1,000 บาทเหมือนสวรรค์มาโปรดเพราะในกระเป๋าของผมขณะนั้นมีเงินติดเหลืออยู่ 40 บาทเท่านั้นเอง ผมยังซึ้งในน้ำใจครูสลาตราบเท่าทุกวันนี้...จากวันนั้นถึงวันที่สมาคมครูฯได้ดำริจะจัดงานวันครูในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2547โดยขอความร่วมมือมายังสมาคมโฆษกอีสานให้เป็นพันธมิตรในการจัดงานซึ่งในคราวนั้นสมาคมโฆษกอีสานพึ่งจดทะเบียนใหม่ๆโดยมีรายชื่อผู้ก่อการ 4 คน มี 1.นายณรงค์ บุดดาวงษ์ 2.นายกฤศ วรรณทวี(เปี๊ยก ดอนมดแดง)3.นายสุรศักดิ์ อินทรประสิทธิ์(ป้อม จอมทอง) 4.นายประสาท สุทธิสา โดยมีนายวิโรจน์ พูลสุข ประธานเครือข่ายคนไทยรักชาติและประธานสภาวิทยุประชาชนในปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาในการวิ่งจดทะเบียนในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์และในการจัดงานวันครูในครั้งนั้นได้จัดขึ้นที่ท้องสนามหลวง ในการจัดงานในครั้งนั้นได้เชิญบุคคลที่มีคุณูปการในวงการพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติเข้ารับรางวัล"ครูของแผ่นดิน"โดยมีคณะกรรมการสมาคมครูฯร่วมคัดเลือกบุคคลเข้ารับรางวัล"ครูของแผ่นดิน"วันหนึ่งคุณวิโรจน์ พูนสุข ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการฯได้เอ่ยปากกับผมว่า"เปี๊ยก คณะกรรมการจัดงานฯได้คัดเลือกให้ครูสลา คุณวุฒิ ได้รับรางวัล"ครูของแผ่นดิน"ช่วยติดต่อครูสลาให้มารับรางวัลในวันงานหน่อยเขาจะว่างไหม ติดต่อให้พี่หน่อย" ผมจึงได้โทรหาครูสลาปรากฏว่าครูสลาไม่ว่าง พอถึงในวันงานตอนแรกผมว่าจะขึ้นรับแทนพอดีผมวุ่นๆวิ่งประสานงานอื่นอยู่ส่วนคนที่ขึ้นรับรางวัลแทนครูสลาในวันนั้นคือฌอน นครอินทร์กับหยก ลูกหยี หยกกับฌอนเขาจะเป็นเพื่อนรักกันเป็นคู่หูคู่อดไปไหนไปกันแบบประเภทเพื่อชีวิตอะไรประมาณนั้น...ช่วงนั้นกระแสการทำวิทยุชุมชนกำลังเริ่มมีคนทำผมได้รับข่าวการทำวิทยุชุมชนจากกลุ่มของอ.สุรศักดิ์ อินทรประสิทธิ์(ป้อม จอมทอง)กลุ่มของอ.ป้อม จอมทอง จะมีคุณบรรดาศักดิ์ ศรีระเริง,คุณเปรมชล ศรีธัญญรัตน์ฯลฯโดย อ.ป้อม จอมทอง ตั้งสถานีวิทยุชุมชนขึ้นเป็นครั้งแรกที่บ้านซ.ขี้หมาแถวร้านอาหารเพลิน ถ.วิภาวดีรังสิตฯโดยใช้ความถี่ FM.97.75 MHz.เมื่อปีพ.ศ2546 อ.ป้อม จอมทอง ได้เรียกบรรดาโฆษกอีสานไปช่วยจัดรายการกันพอผมรู้ข่าวรีบไปทันทีเพราะช่วงนั้นจะห่างการจัดรายการนานพอสมควร... ขอย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2530 ได้มีโอกาสดีได้เข้าไปรับใช้ชาติโดยการจับใบแดงที่โรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี รับใช้ชาติอยู่ 1 ปีเต็มเพราะใช้สิทธิ์การเรียน รด.ปี.2 ลดอายุในการรับราชการเหลือ 1 ปี ในระหว่างการรับราชการทหารนั้นได้เรียนรู้ระเบียบวินัยในกรมกองและได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันจนทุกวันนี้ต้องขอขอบพระคุณผู้บังคับบัญชาทุกท่านที่ช่วยฝึกสอน ผบ.กรมนักเรียนครั้งนั้นขออนุญาตเอ่ยชื่อและยศท่านในสมัยนั้นเช่น พ.อ.วิชัย ดิษเสถียร,พ.อ.เริงยุทธ พรหมโมบล,พ.อ.เทียนชัย สุวรรณทัต,ผู้บังคับกองร้อยคราวนั้นที่จำได้คือ ร.ต.ประสิทธิ์ ตระกรุดแก้ว ที่จำผู้หมวดท่านนี้ได้แม่นเพราะท่านเคยสั่งทำโทษโดยการให้โกนหัวเพราะผมมีปฎิกริยาขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา การมีชีวิตในกรมกองเป็นชีวิตที่ลูกผู้ชายต้องเรียนรู้และก็ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะได้สัมผัส...ถึงตรงนี้ใคร่ขอกล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการได้เข้ามาทำสถานีวิทยุชุมชนในเขตจังหวัดสมุทรปราการ...คราวเมื่อครั้งที่ผมได้พักอาศัยรักษาตัวกับพี่แดง อิสระเดือนเพ็ญที่หมู่บ้านมณฑลทิพย์ พุทธมลฑล สาย 4 นั้น ผมก็ได้ทำงานสมาคมโฆษกอีสานตลอดในฐานะเลขาธิการสมาคมฯซึ่งในขณะนั้นตำแหน่งนายกสมาคมโฆษกอีสานได้ว่างลงผมได้คิดว่าจะหาใครมารับตำแหน่งนายกสมาคมโฆษกอีสาน จึงคิดได้ว่ามีอยู่คนหนึ่งซึ่งเคยเป็นประธานชมรมโฆษกอีสานกรุงเทพฯมาแล้วซึ่งขณะนั้นและขณะนี้จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างสูงคือพี่กุ้ง..สงกรานต์ แข็งฤทธิ์(บ่าวข้าวเหนียว)ผู้จัดการส่วนตัว ต่าย อรทัย,มนต์แคน แก่นคูน,ศร สินชัย,ดอกอ้อ ทุ่งทอง,ภู ศรีวิไล,มด อุบลมณี ผมจึงได้โทรนัดพี่กุ้งเพื่อที่จะคุยเรื่องนี้ที่สถานีวิทยมก.บางเขน วันนั้นผมไปได้ไปช่วยพี่กุ้งจัดรายการพอจัดรายการเสร็จพี่กุ้งก็เลยชวนไปเที่ยวบ้านที่รามอินทราระหว่างเดินทางกลับพี่กุ้งได้พูดถึงหนุ่มแม็ก เมืองอุบล ที่จัดรายการที่สถานีวิทยุชุมชนคนสำโรง FM.98.75 MHz(ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสถานีวิทยุภักดีสมุทรปราการ เรดิโอ FM.99.75 MHz )พอพูดถึงหนุ่มแม็ก เมืองอุบล ได้พักใหญ่พี่กุ้งก็เลยเอ่ยปากชวนผมมาร่วมทีมงานโดยจะซื้อรายการที่สถานีวิทยุชุมชนคนสำโรงให้จัดโดยในขณะนั้นพี่กุ้งให้ผมโทรศัพท์คุยกับอ.บรดาศักดิ์ ศรีระเริง ที่เป็นผู้บริหารที่นั่นจึงได้คุยและตกลงซื้อรายกรช่วง 20.00 - 22.00 น.จันทร์-ศุกร์ ในช่วงนั้นผมอยากจะกลับบ้านอยู่แล้ว(บ้านผมอยู่การเคหะบางนา-ตราด กม.5 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ)ผมจึงตัดสินใจรับปากพี่กุ่งเพื่อจัดรายการ ตอนนั้นยังไม่สะดวกมาจัดที่สถานีจึงได้จัดส่งผ่านโทรศัพท์มาจากบ้านพี่แดง อิสระเดือนเพญซึ่งที่บ้านพี่แดงก็มีเครื่องส่งรายการอยู่แล้วเพราะพี่แดงก็จัดรายการ"สมุนไพรของแผ่นดิน"ส่งสัญญาณไปหลายสถานีในเขตกรุงเทพและภาคกลางอยู่แล้ว (เดี๋ยวจะมาเล่าต่อ)     

Links More

สถานีวิทยุธุรกิจภาคประชาชน ภักดีสมุทรปราการ เรดิโอ FM.99.75 MHz เลขที่ 194/20 หมู่ 10 ถ.รถรางสายเก่า ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 โทร.0-2743-5415,FAX.0-2743-5416, Email:pakdeeradio@hotmail.com www.pakdeeradio.com
       

Powered by AIWEB